ธรรมชาติและความสนใจของวัยเด็กตอนต้น

นิยามของคำว่าเด็ก

การให้คำนิยามของคำว่า  “เด็ก”  โดยการแบ่งตามอายุของเด็กนั้นถือว่า

เด็ก  หมายถึง  บุคคลที่มีอายุระหว่าง  3-12  ปี

เด็ก  ยังสามารถจำแนกออกเป็น  “วัย”  ต่างๆ  โดยอาศัยอายุเป็นเกณฑ์ได้อีก  3  วัย  ได้แก่วัยเด็กตอนต้น  วัยเด็กตอนกลางระยะแรก  วัยเด็กตอนกลางระยะหลัง

วัยเด็กตอนต้น  หมายถึง  บุคคลที่มีอายุระหว่าง  3-5  ปี

วัยเด็กตอนกลางระยะแรก  หมายถึง  บุคคลที่มีอายุระหว่าง  6-8  ปี

วัยเด็กตอนกลางระยะหลัง  หมายถึง  บุคคลที่มีอายุระหว่าง  9-12  ปี

อย่างไรก็ตาม  การจำแนกวัยของเด็กโดยใช้อายุเป็นเกณฑ์ในการแบ่งนี้  ไม่สามารถแบ่งออกได้อย่างเด็ดขาดตายตัว  ยังคงมีความคาบเกี่ยวกันระหว่างช่วงอายุต่างๆ  ขึ้นอยู่กับทัศนะของนักจิตวิทยาแต่ละท่าน  ดังนั้นการทำความเข้าใจเรื่องธรรมชาติและความสนใจของเด็ก  เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก  จึงต้องพิจารณาตามความเหมาะสมกับกรณีของผู้สร้างสรรค์  อนึ่ง  ในการอธิบายเรื่องการสร้างสรรค์รายการเด็กในหน่วยนี้  จะเน้นเฉพาะวัยเด็ก  ซึ่งมีอายุระหว่าง  3-12  ปี  เป็นหลัก  โดยไม่รวมถึง  วัยรุ่น  ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะหมายถึง  บุคคลที่มีอายุระหว่าง  13-21  ปี  ในเพศหญิง  และอายุ  15-21  ปีในเพศชาย

เด็กแต่ละวัยจะมีพัฒนาการทางร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคม  สติปัญญา  และการใช้ภาษาแตกต่างกันไป  ผู้สร้างสรรค์รายการจึงควรทำความเข้าใจธรรมชาติและความสนใจของเด็กในวัยต่างๆ  เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์ให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก

ธรรมชาติและความสนใจของวัยเด็กตอนต้น

เป็นวัยก่อนเข้าโรงเรียนเป็นเวลาที่พ้นจากการเป็นเด็กเล็ก  เริ่มพึ่งตัวเองได้มากขึ้น  เด็กวัยนี้เริ่มมีพฤติกรรมต่างๆ  ซึ่งเรียกร้องให้พ่อแม่ต้องแก้ไข  เช่น  สอนยาก  ไม่เชื่อฟัง  ดื้อ  ขัดขืน

โลกของเด็กวัย  3  ขวบ  ประกอบด้วยของที่มองเห็นจับต้องได้  ฉะนั้น  การสื่อสารกับเด็กวัยนี้จึงยังไม่ควรใช้สิ่งที่เป็นนามธรรมกับเด็ก  เช่น  คำว่า  ประชาธิปไตย  ความมีความคุณค่า  ความเสียสละ  ความรักชาติ  ความมั่นคง  ด้านความจำเด็กวัยนี้จะจำสิ่งที่เขาชอบได้นานประมาณ  3  วัน

เด็กวัยนี้มีความอยากรู้อยากเห็น  ชอบถาม  การได้รับคำตอบจะทำให้ความสงสัยกระจ่างขึ้น  แต่ถ้าไม่มีผู้ตอบคำถามหรือไม่ได้รับคำตอบที่ถูกต้องแล้ว  ความอยากรู้อยากเห็นจะลดน้อยลง  และเป็นผลทำให้ประสบการณ์ของเด็กถูกจำกัดลง  กลายเป็นเด็กที่ด้อยกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน

เด็กเล็กจะไม่สามารถแยกแยะสิ่งที่รับรู้ออกเป็นส่วนต่างๆ  ได้  ส่วนใหญ่จะรับรู้โครงสร้างทั้งหมด

เด็กช่วงอายุ  2-6  ปี  ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียร์เจท์  (Piaget)  ระบุว่าเด็กจะยังไม่สามารถคิดหาเหตุผลได้  แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กวัยนี้จะไม่สามารถคิดหาเหตุผลได้เลย  เด็กคิดได้แต่คิดแบบผิดๆ  ถูกๆ อยู่  และยังไม่สามารถสร้างมโนภาพได้

พัฒนาการทางสังคม  เมื่อเด็กอายุได้  4  ขวบ  จะเริ่มสนใจเพื่อน  ต้องการมีเพื่อน  ต้องการเล่นกับเพื่อน  ต้องการได้รับการยกย่อง

เพียร์เจท์  นักวิชาการชาวสวิสเซอร์แลนด์อธิบายว่า  พัฒนาการทางสังคมของเด็กมี  3  ขั้นตอนคือ

ขั้นที่  1  ขั้นถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง  (self  centered)  เด็กที่พัฒนาการทางสังคมอยู่ในขั้นนี้จะไม่สนใจใคร  ไม่ยอมเล่นกับใคร

ขั้นที่  2  ขั้นพยายามเข้าสังคม  พฤติกรรมของเด็กวัยนี้คือ เข้าไปรวมอยู่ในกลุ่ม แต่ยังไม่เล่นรวมกับใคร

ขั้นที่  3  ขั้นมีปฏิกิริยาตอบสนองซึ่งกันและกัน คือ เล่นด้วยกัน ช่วยเหลือกันและเห็นอกเห็นใจกัน

พัฒนาการทางภาษา  เด็กวัยนี้จะเข้าใจคำพูดของผู้อื่น มีพัฒนาการขึ้นอย่างรวดเร็ว จับเค้าความของคำพูดได้จากท่าทางและหน้าตาของผู้พูด รู้คำศัพท์อย่างรวดเร็ว ซึ่งมาจากการสอนโดยตรงประกอบกับความอยากเข้าใจในความหมายของคำ ทำให้เด็กต้องซักถาม ทำให้ต้องใช้คำกริยา สรรพนาม กริยาวิเศษณ์ บ่อยขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้เรียนรู้คำใหม่แล้วยังทำให้รู้ความหมายของคำเก่าด้วย นอกจากเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ทั่วๆ ไปแล้ว เด็กยังเรียนรู้เฉพาะอีกหลายคำ เช่น ขอบใจ  ขอโทษ  เช้า  สาย  บ่าย  เย็น  กลางวัน  กลางคืน หน้าฝน หน้าหนาว

กล่าวโดยสรุป ธรรมชาติและความสนใจของวัยเด็กตอนต้น เด็กจะมีควาสนใจและเข้าใจสิ่งที่มองเห็น จับต้องได้ การสื่อสารกับเด็กวัยนี้จึงยังไม่ควรใช้สิ่งที่เป็นนามธรรมกับเด็ก ส่วนเรื่องการรับรู้ เด็กเล็กจะไม่สามารถแยกแยะสิ่งที่รับรู้ออกเป็นส่วนต่างๆ ได้ ส่วนใหญ่มักจะรับรู้โครงสร้างทั้งหมด ผู้สร้างสรรค์รายการโทรทัศน์ให้เหมาะสมกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของเด็กวัยนี้ อย่างเช่น การนำเสนอสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากว่าสิ่งที่เป็นนามธรรม

ธรรมชาติและความสนใจของวัยเด็กตอนกลางระยะแรก

ช่วงวัยเด็กก่อน  6  ขวบ เด็กจะมีความใกล้ชิดกับพ่อแม่มาก  ตลอดเวลา 5 ปีแม่จะอยู่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด  พอล่วงเข้าวัยเด็กตอนกลางระยะแรกซึ่งมีอายุประมาณ 6 ขวบขึ้นไป เด็กจะเริ่มมีเพื่อน มีครู เข้ามาเกี่ยวข้อง เวลาที่เคยอยู่กับบ้านก็ต้องถูกแบ่งมาอยู่ที่โรงเรียน ประสบการณ์ที่เคยมีเพียงแค่ที่บ้านก็ขยายออกไปสู่โลกภายนอก คือประสบการณ์ที่จะได้รับจากโรงเรียน

พัฒนาการทางสติปัญญา

            เด็กอายุ 5-6 ปี

เด็กอายุ 6 ปี จะมีการรับรู้ (perception) โดยมองเห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งของได้ รู้จักสังเกตความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยได้ เด็กอยากที่จะแสดงออกซึ่งความรู้สึกนึกคิดและความสังเกตของตน รู้จักสังเกตระยะใกล้ไกล รู้ว่าวัตถุมีส่วนบน ล่าง หน้า หลัง

ความคิดสร้างสรรค์   ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กวัยนี้เกิดจากการสัมผัสจับต้อง  ลองดูกับวัตถุที่จะประกอบงานศิลป์ เช่น การวาดภาพ  ปั้น  เด็กชอบแก้ปัญหาเอง  มีความสนใจในธรรมชาติของสิ่งต่างๆ และสนใจสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ว่ามันเคลื่อนไหวอย่างไร ชอบเอามือลูบคลำพื้นผิวของสิ่งของเป็นการแก้ปัญหา

ระยะความสนใจ   เด็กวัยนี้จะมีระยะความสนใจสั้นๆ สนใจในการกระทำกิจกรรมต่างๆ แต่ไม่สนใจผลสำเร็จของกิจกรรมนั้นๆ เ ด็กจะกระตือรือร้นทำงานที่สนใจ แต่พอหมดความสนใจแล้วจะเลิกทำทันที โดยไม่มากที่สุด

ความเข้าใจสัญลักษณ์   เด็กวัยนี้สามารถเข้าใจสัญลักษณ์ต่างๆ ได้ เช่น ตัวเลข  ตัวหนังสือ

ความอยากรู้อยากเห็น เด็กวัยนี้จะมีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าวัยที่ผ่านมา เป็นวัยเด็กที่ชอบซักถามมากที่สุด

ลักษณะสำคัญโดยสรุปของเด็กอายุ 5-6 ปี กีเซลล์  (Gesell)  นักจิตวิทยาผู้สนใจศึกษาเรื่องเด็ก อธิบายว่าเด็กอายุ 5-6 ปี ยังไม่รู้จักที่จะดิ้นรนออกไปเผชิญโลกนอกบ้าน ยังไม่ต้องการผจญภัยกับเรื่องยุ่งยากของสังคม ซึ่งอาจเป็นเพราะสังคมซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ บ้านเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด แม่เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ครั้งพอเด็กอายุเข้า 6 ปี แม่จะไม่ได้เป็นศูนย์กลางแห่งความคิดของเขาอีกต่อไป เขาต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเอง และถือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ต้องการจะทำอะไรให้เป็นหนึ่งไปเสียหมด แม่ถูกลดความสำคัญเป็นอันดับสอง เด็กวัยนี้จะมีความต้องการครอบครองทุกสิ่งทั้งหมด เช่น มีของสามสิ่งแทนที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เขากลับต้องการครอบครองไว้ทั้งหมด ในเกมการแข่งขันเขาต้องการเป็นผู้ชนะเสมอ เด็กวัยนี้จะเป็นวัยที่สร้างปัญหาให้กับพ่อแม่และครูมากที่สุด  เป็นต้น

เด็กอายุ 7  ปี

            ความอยากรู้อยากเห็น  เด็กอายุ 7 ปี จะมีความอยากรู้อยากเห็น สนใจว่าสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างไรและมันทำงานอย่างไร ความสนใจนี้ช่วยให้เด็กเป็นคนช่างสังเกต สามารถจดจำคำบอกเล่า หรือเหตุการณ์ที่พบมาได้ มีความสนใจอยากทำนั่น อยากทำนี่ มีความพยายามที่จะทำให้สำเร็จ รู้จักชอบหรือไม่ชอบสิ่งนั้นสิ่งนี้ เด็กอายุ 7 ปี ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ได้ สามารถนำคำมาสร้างประโยค เวลาวาดรูปก็สามารถนำส่วนประกอบต่างๆ มาจัดเข้าด้วยกันได้

ระยะความสนใจ  เด็กวัยนี้ยังมีระยะความสนใจสั้นอยู่ จะสนใจได้ทีละอย่าง ถ้ามีงานหลายชิ้นต้องอย่ามอบให้ครั้งเดียว ต้องทยอยมอบให้เป็นคราวๆ

มโนภาพเกี่ยวกับเวลา  เด็กอายุ 7 ปี เริ่มมีมโนภาพเกี่ยวกับเวลาดีขึ้น

ความคิดคำนึง  เด็กวัยนี้ยังคงมีความคิดคำนึงอยู่ โดยมักจะสมมติบุคคลหรือสัตว์ในความคิดคำนึง  เช่น วาดรูปกระต่ายหน้าเป็นคน เพียงแต่มีหูยาว ๆ ให้ดูเหมือนกระต่าย เด็กวัยนี้ยังสนใจการเล่นแบบสมมติอยู่

ความอยากรู้อยากเห็น  เด็กอายุ 7 ปี จะมีความอยากรู้อยากเห็น ถามซอกแซก อยากรู้ว่าสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมจึงเกิด เราจะประกอบสิ่งต่างๆ ขึ้นได้อย่างไร ความสนใจของเด็กจะแรงกล้า และจะไม่รีรอที่จะทำอะไรใหม่ๆ ชอบทำงานที่ตนเคยทำ

ลักษณะสำคัญโดยสรุปของเด็กอายุ  7 ปี กีเซลล์ อธิบายว่า เด็กอายุ 7 ปี จะมีลักษณะไม่สู้และหลบหนีออกจากสังคม ชอบที่จะอยู่คนเดียว คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปคนเดียว ไม่ค่อยที่จะเอาเพื่อนฝูง เด็กวัยนี้จะมักจะหงุดหงิดง่าย ชอบดูชอบฟังคนอื่นมากกว่าลงมือทำเอง ไม่ชอบแสดงความเด่นออกมา อยากมีห้องส่วนตัว ชอบทำงานหลายๆ อย่าง แต่เป็นการทำแบบจับจด มีความคิดแบบตรงกันข้ามไปเสียหมด คิดว่าไม่มีใครชอบเขาเลย คนอื่นๆ คอยจ้องจับผิดเขา  เป็นวัยที่เรียกว่า  “ไม่มีใครรักฉันเลย”  (nobody-love-me)  ถ้าพ่อแม่หรือครูไม่เข้าใจและไปลงโทษเขา เขาก็อาจจะหนีไปจากบ้านหรือโรงเรียน

เด็กอายุ 8 ปี

            มโนภาพเกี่ยวกับขนาด  เด็กอายุ 8 ปีเริ่มสังเกตสัดส่วนของสิ่งของ การเคลื่อนไหวของมนุษย์และสัตว์ การแสดงออกทางศิลปะจะเด่นชัดขึ้น ดูออกง่าย เวลาวาดรูปเด็กวัยนี้จะรู้จักกะประมาณขนาดของวัตถุให้เหมาะกับขนาดของกระดาษ มีความสามารถเปรียบเทียบรูปร่าง ขนาด  สี  ของสิ่งต่างๆ ได้

ความคิดคำนึง  ความคิดในเรื่องที่เป็นจริง เด็กวัยนี้เริ่มสนใจสิ่งที่ประสบพบเห็นมา เริ่มแก้ปัญหาที่เป็นนามธรรมได้ แต่ยังมีความคิดคำนึง และชอบเล่นสมมติต่างๆ แต่สามารถแยกความจริงออกจากความคิดฝันได้ ชอบเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและช่างสังเกต

ระยะความสนใจ  เด็กวัยนี้จะมีช่วงระยะเวลาแห่งความสนใจนานขึ้น พอที่จะประดิษฐ์รายละเอียดลงไปในงานศิลปะได้ มีความสนใจต่อเนื่องจนทำงานเป็นผลสำเร็จ มีความพิถีพิถันในการทำงาน สามารถเข้าใจคำชี้แจงง่ายๆ รู้จักกะงาน รู้จักสอนให้ผู้อื่นทำตามอย่างตนเองได้

การเล่น  เด็กอายุ 8 ปี จะมีความสนใจในการเล่นแตกต่างกัน เด็กชายชอบเล่นกันแบบแรงๆ เด็กหญิงชอบเล่นแบบเด็กหญิง  มีความสามารถเล่นละครง่ายๆ เด็กวัยนี้สนใจรูปภาพ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ การ์ตูน วิทยุชอบฟังนิทาน  และสนใจการสะสมสิ่งของ

การแก้ปัญหา  เด็กวัยนี้จะรู้จักแก้ปัญหา และตัดสินใจเองว่าอะไรเหมาะกว่าอะไร สำหรับใช้ในความมุ่งหมายอะไร

ความเข้าใจสัญลักษณ์  เด็กวัย 8 ปี ยังคงใช้สัญลักษณ์มากกว่าเลียนแบบให้เหมือนของจริง ไม่ว่าจะวาดรูปคน รูปสัตว์ รูปต้นไม้ แต่เนื่องจากมีความรู้และประสบการณ์มากขึ้น จึงทำให้สัญลักษณ์ต่างๆ ที่เด็กสร้างขึ้นมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม

การแสดงออก  เด็กวัย 8 ปี พยายามที่จะแสดงความสำคัญของตนเองมากขึ้น เป็นระยะที่เตรียมแก้ปัญหาและจัดการเรื่องต่างๆ ตามความสามารถของตนเอง มีความสนใจ กระตือรือร้น ว่องไว กระฉับกระเฉง ชอบผจญภัย

พัฒนาการทางภาษา  เด็กวัย 8 ปี สามารถเข้าใจเรื่องนามธรรมได้  สามารถกล่าวถึงบุคคลอื่นหรือสิ่งอื่นที่มิได้ปรากฎอยู่ตรงหน้าได้ เด็กรู้จักคิดแบบนามธรรม มีการอ้างเหตุผลประกอบการถกเถียง ด้วยการใช้คำว่า “เพราะว่า”

ลักษณะสำคัญโดยสรุปของเด็กอายุ 8 ปี กีเซลล์ อธิบาย่า เด็กอายุ 8 ปี ต่างกับเด็กอายุ 7 ปี โดยสิ้นเชิง เด็กอายุ 8 ปีจะต่อสู้กับทุกสิ่ง ไม่มีอะไรน่าเบื่อหน่ายสำหรับเขา ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่เขาจะทำได้ ไม่มีอะไรจะมาห้ามเขาไม่ให้ทำได้ เขาจะต้องลองต่อสู้  และเขาจะต้องเอาชนะกับมันให้ได้  แม้ว่าบางครั้งเขาจะประมาณกำลังของตนเองผิดพลาดไปก็ตาม  วัยนี้เป็นวัยที่มีรสชาติ  โลดโผนตื่นเต้น ไม่ว่าเขาจะผิดหวังกี่ครั้งเขาก็ยังรักที่จะต่อสู้ต่อไป  เด็กวัย 8 ปี  ชอบที่จะคบเพื่อนใหม่ ชอบที่จะลองสิ่งใหม่ๆ

กล่าวโดยสรุป  ธรรมชาติและความสนใจของวัยเด็กตอนกลางระยะแรกจะรู้จักสังเกตความแตกต่างได้  มีความอยกาที่จะแสดงออกซึ่งความรู้สึกนึกคิด  ชอบจับต้องสิ่งต่างๆ เริ่มเข้าใจสัญลักษณ์ได้  มีความสนใจอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น  อยากรู้ว่าสิ่งต่างๆ  ทำงานได้อย่างไร  แต่ความสนใจยังมีระยะสั้นๆ  ทำกิจกรรมใดควรให้ทำทีละอย่าง  ผู้สร้างสรรค์รายการโทรทัศน์ควรทำความเข้าใจธรรมชาติของวัยเด็กตอนกลางระยะแรก  เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์  ให้เหมาะสมกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของเด็กวัยนี้ อย่างเช่นการนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับศิลปะ  การวาดรูป  การฝืมือ  การต่อภาพ  ความงาม  ละครสำหรับเด็ก

ธรรมชาติและความสนใจของวัยเด็กตอนกลางระยะหลัง

วัยเด็กตอนกลางระยะหลัง  หมายถึง  เด็กที่มีอายุระหว่าง 9-12 ปี  ซึ่งเป็นวัยที่มีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นวัยที่มีพัฒนาการทางสังคมและสติปัญญาสูง  มีสุขภาพดีที่สุดในช่วงอายุของเด็ก  เริ่มแก้ไขปัญหาต่างๆ  ได้  มีเข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น

ธรรมชาติและความสนใจของเด็กตอนกลางระยะหลัง

พัฒนาการทางสติปัญญา  เริ่มมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่แปลกผิดธรรมดา  มองเห็นสิ่งสำคัญในสถานการณ์หนึ่ง มีการตอบคำถามโดยใช้เหตุผล เข้าใจคำศัพท์เข้าใจ การอธิบายเชิงนามธรรมได้ เมื่ออายุได้ 11 ปี จะเข้าใจนามธรรมต่างๆ เช่น คำว่า  “ยุติธรรม” “ความพยาบาท” “ความสงสาร” ได้ มองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ได้ เช่น  แมว  สุนัข  เสือ  ช้าง  ต่างก็เป็นสัตว์เหมือนกัน

ความอยากรู้อยากเห็น   มีความสนใจในเรื่องที่เป็นจริง  สนใจสิ่งต่างๆ  ว่าทำงานอย่างไร  ทำด้วยอะไรใช่หรือไม่ใช่

การแก้ปัญหา  รู้จักหาเหตุผลได้โดยอาศัยการสังเกต  รู้จักใช้วัสดุที่อ้างอิงได้ สามารถวางโครงการที่จะทำได้ มีความคิดและความสนใจของตนเอง ต้องการอิสระภาพมากขึ้น สามารถตอบคำถามโดยใช้เหตุผได้ สามารถตั้งกฎเกณฑ์ได้

ความจำ  สามารถจำประโยคได้ยาวขึ้น  รู้จักจำอย่างใช้เหตุผล และเข้าใจสิ่งที่จำได้ด้วย

ความสนใจ  เด็กวัยนี้มีความสนใจต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดยาวนานกว่าเดิม  มีความตั้งใจที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีมากยิ่งขึ้น  สนใจสะสมสิ่งของ  สนใจงานฝีมือและหัตถกรรม

ความเชื่อ  เด็กวัยนี้เริ่มมีอุดมคติ ยึดบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นบุคคลในอุดมคติของเขา  และจะเลียนแบบการกระทำของบุคคลที่ตนยึดถือ  เด็กวัยนี้จะรู้สึกไม่สบายใจเมื่อรู้สึกว่าตนเองประพฤติขัดกับกฎเกณฑ์ของสังคม  เช่น  แต่งตัวไม่ถูกระเบียบมาโรงเรียน  มาโรงเรียนสาย  เด็กวัยนี้จะไม่สามารถทนต่อความไม่ยุติธรรม การเยาะเย้ยถากถาง  และการขู่เข็ญได้

พัฒนาการทางสังคม  เด็กวัยนี้จะมีความรักหมู่คณะ  มีสปิริต  (spirit)  มีความโน้มเอียงที่จะเข้ากลุ่ม รวมตัวกันเป็นกลุ่ม  เด็กจะเริ่มเข้าใจมนุษย์ทีละน้อย ระยะแรกจะเป็นความเข้าแบบขาวกับดำ  คือเห็นว่ามีคนอยู่ 2 ประเภทคือ คนดีกับคนไม่ดี  ดังที่เราจะเห็นได้จากบุคคลในนิทานของเด็กจะมีบุคคลอยู่สองจำพวกเท่านั้น เมื่อเด็กโตขึ้นเด็กจะค่อยๆ เข้าใจโลก เข้าใจสังคมส่วนรวม เด็กเริ่มเห็นทั้งลักษณะที่ดีและไม่ดีรวมอยู่ในตัวคนคนเดียวกันได้ เมื่อเด็กสามารถมองเห็นลักษณะทั้งดีและไม่ดีปนอยู่ในตัวคนคนเดียวกันได้  แสดงว่าเด็กเริ่มเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์  ความเข้าใจระยะสุดท้ายคือความเข้าใจมนุษย์โดยละเอียด  เด็กจะมองเห็นความซับซ้อนของบุคลิกภาพของมนุษย์  การซ่อนเร้นปิดบังลักษณะบางอย่างไว้  ขั้นสุดท้ายเป็นขั้นที่ยาก  เด็กจะต้องมีอายุมากจึงจะเข้าใจได้  ในระยะอายุ 9-12 ปี นี้เด็กพอที่จะมองเห็นความดีไม่ดีปนอยู่ในบุคคลคนเดียวกัน

พัฒนาการทางภาษา  เด็กใช้คำศัพท์มากขึ้น ใช้ประโยคยาวขึ้น พูดได้คล่อง มีความเข้าใจศัพท์ที่เกิดจากประสบการณ์ตรง  เด็กเริ่ใช้คำที่เป็นนามธรรม  วัยนี้จะเริ่มใช้ภาษาสแลง

จากการศึกษาค้นคว้าของกีเซลล์โดยสรุปแล้วพบว่า  เด็กอายุ 9-12 ปี  จะมีสุขภาพดีที่สุดในช่วงอายุของเด็ก  ว่องไว  มีชีวิตจิตใจ  นอนหลับสนิท  หายเหนื่อยเร็ว  เผชิญปัญหาได้ดี  เชื่อตัวเอง  และควบคุมร่างกายได้ดี  การเล่นของเด็กหญิงชายแตกต่างกัน  มีความสามารถในการใช้มือเพิ่มขึ้น  เริ่มคิดในสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ คิดได้กว้าง  และเป็นรายละเอียด  คิดโจทย์เลขได้  และถ้าเป็นโจทย์ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันเด็กจะสนใจมาก  เด็กจะสนใจข้อเท็จจริง  วิชาสังคมศึกษา  สนใจรถยนต์  เครื่องบิน  และวิทยาศาสตร์  เริ่มมีอุดมคติ  ยึดถือความยุติธรรม  เด็กวัยนี้มีความสนใจภาษาเป็นอย่างยิ่ง  พูดได้คล่อง  รู้จักใช้คำสแลง  การเขียน การสะกด  การอ่านดีขึ้น  เด็กวัยนี้มีการปรับตัวได้ดีขึ้นจึงมีความสุข

กล่าวโดยสรุป  ธรรมชาติและความสนใจของวัยเด็กตอนกลางระยะหลังมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่แปลกผิดธรรมดา  มองเห็นสิ่งสำคัญในสถานการณ์หนึ่ง  สามารถตอบคำถามโดยใช้เหตุผล  เข้าใจคำศัพท์  เข้าใจการอธิบายเชิงนามธรรมได้  มองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ  ได้  สามารถตั้งกฎเกณฑ์ได้  รู้จักจำอย่างใช้เหตุผล  และเข้าใจเหตุผลได้โดยอาศัยการสังเกต  มีความคิดและความสนใจของตนเอง  ต้องการอิสรภาพมากขึ้น  มีความรักหมู่คณะ  มีสปิริต  (spirit)  มีความโน้มเอียงที่จะเข้ากลุ่ม  รวมตัวกันเป็นกลุ่ม  เริ่มเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เข้าใจมากขึ้น  สามารถมองเห็นลักษณะทั้งดีและไม่ดีปนอยู่ในตัวคนคนเดียวกันได้  ผู้สร้างสรรค์รายการโทรทัศน์ควรทำความเข้าใจธรรมชาติของวัยเด็กตอนกลางระยะหลัง  เพื่อนำความรู้ไประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์  ให้เหมาะสมกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของเด็กวัยนี้  เช่น  การนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับการฝึกการสังเกต  การแก้ปัญหา  การใช้เหตุผลในการวิเคราะห์  การทำงานเป็นทีม  การทำโครงการทดลอง  การสร้างความสามัคคีในกลุ่ม  เป็นต้น


เกี่ยวกับ นายสุทัศน์

โรงเรียนบ้านวังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม 48000
เนื้อเรื่องย่อ | ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องที่1วัยเด็กตอนต้น คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s